ประวัตินักร้องดัง

ประวัตินักร้องดัง ซุปเปอร์สตาร์ตลอดกาล พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย

ประวัตินักร้องดัง

ประวัตินักร้องดัง ธงไชย แมคอินไตย์ ชื่อเล่น เบิร์ด   เป็นนักร้อง นักแสดงชาวไทย ได้รับขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์สตาร์เมืองไทย” แรกเข้าวงการบันเทิงเป็นนักแสดงสมทบ ต่อมาได้รับบทพระเอก โดยภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาที่สุดเรื่อง ด้วยรักคือรัก  ส่วนละครที่สร้างชื่อเสียงที่สุดของเขาคือบท “โกโบริ” ในละครคู่กรรม ด้านวงการเพลงซึ่งเป็นอาชีพหลักเขาเริ่มต้นจากการประกวดร้องเพลงของสยามกลการ ต่อมาเป็นนักร้องในสังกัดบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดของประเทศไทย  มียอดจำหน่ายอยู่ในระดับแนวหน้าของทวีปเอเชียยอดรวมกว่า 25 ล้านชุด

ชีวิตช่วงแรก และการศึกษา

ธงไชย แมคอินไตย์ เกิดวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2501  ที่ย่านสลัมบางแค ฝั่งธนบุรี มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “อัลเบิร์ต แมคอินไตย์” (Albert McIntyre) หรือเรียกชื่อเล่นว่า “เบิร์ด” เป็นบุตรคนที่ 9 ในจำนวนพี่น้อง 10 คน ของเจมส์ (จิมมี่) แมคอินไตย์ นายแพทย์ลูกครึ่งสกอต-มอญ และอุดม แมคอินไตย์ ครอบครัวของเขาค่อนข้างยากจน ในวัยเด็กธงไชยช่วยเหลือครอบครัวโดยการช่วยพับถุง ขายเรียงเบอร์ เก็บกระป๋องนมขาย และเย็บงอบ เป็นต้น นอกจากนั้นยังหารายได้จากการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กที่สลัมบางแคซึ่งมีรายได้ 5 ถึง 10 บาท แล้วแต่จะบริจาค  โดยธงไชยเล่าถึงแง่คิดชีวิตวัยรุ่นตอนที่อาศัยอยู่สลัมบางแคว่า “สอนและให้เราสอบผ่านให้ได้ทุกวัน การเรียนรู้และการแบ่งแยกความคิดไปในทางที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างพร้อม คนเราจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับตัวเราเท่านั้น”  เขาชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก ได้เข้าร่วมประกวดในเวทีงานวัดต่าง ๆ และเคยได้รางวัล โดยฝึกร้องและสอนกันเองในครอบครัว  จากฝีมือการเล่นดนตรีของพี่น้อง 7 คน จึงรวมตัวเล่นดนตรีมีชื่อวงว่า “มองดูเลี่ยน”

ประวัตินักร้องดัง  ธงไชยเข้าวงการบันเทิง

ระหว่างที่ธงไชยทำงานอยู่แผนกต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย สาขาท่าพระ ธงไชยยังทำงานอื่น ๆ เพื่อหารายได้พิเศษเพื่อช่วยเหลือครอบครัว อาทิ ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา รวมถึงเป็นพนักงานเปิดประตูในดิสโก้เธคชื่อ ฟามิงโก ในโรงแรมแอมบาสเดอร์ ที่นั่นเองทำให้ธงไชยได้รู้จักกับผู้จัดละคร วรายุฑ มิลินทจินดา ซึ่งเป็นแขกของโรงแรม ธงไชยร่วมร้องเต้นสร้างความบันเทิงให้กับแขกจนวรายุฑชักชวนธงไชยให้มาเล่นละครเรื่อง น้ำตาลไหม้ (พ.ศ. 2526) โดยมีอดุลย์ ดุลยรัตน์เป็นผู้ช่วยสอน ละครเรื่องนี้เป็นละครเรื่องแรกของธงไชย ซึ่งเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยมรางวัลเมขลา ส่งผลให้ธงไชยเป็นที่รู้จักและมีการกล่าวขานในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ที่มีความสามารถ ต่อมาเขาได้ร่วมงานละครเวทีกับภัทราวดี มีชูธน หนึ่งในนั้นคือคอนเสิร์ตคืนหนึ่งกับภัทราวดี (พ.ศ. 2527) และในส่วนของงานในวงการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือ บ้านสีดอกรัก (พ.ศ. 2527)  ในระหว่างถ่ายทำเขาประสบอุบัติเหตุโดยได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

ธงไชยมีความสามารถด้านการร้องเพลง เขาได้รับทาบทามให้ไปร้องเพลงในรายการสดของนันทวัน เมฆใหญ่ ขณะเดียวกันวรายุฑก็ให้ธงไชยลองสมัครประกวดร้องเพลงเวทีสยามกลการในปี พ.ศ. 2527 เป็นจุดเริ่มต้นด้านเพลงที่สำคัญ  การประกวดครั้งนั้นธงไชยได้รับรางวัลในการประกวด 3 รางวัล โดยเฉพาะรางวัลนักร้องดีเด่นประเภทเพลงไทยสากลจากเพลง “ชีวิตละคร” ระหว่างการประกวด ธงไชยได้พบกับเรวัต พุทธินันทน์ ซึ่งเห็นพรสวรรค์ในตัวของเขา จึงชักชวนธงไชย แต่ผลการประกวดธงไชยได้รางวัลทำให้ต้องเซ็นสัญญากับสยามกลการ เรวัต พุทธินันทน์จึงเข้าพบกับคุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดชเพื่อเจรจาขอธงไชยมาเป็นศิลปินของแกรมมี่ คุณหญิงพรทิพย์ได้ตัดสินใจฉีกสัญญาและให้โอกาสธงไชยไปทำงานอย่างอิสระ ทำให้ธงไชยก้าวสู่การเป็นนักร้องอย่างเต็มตัวในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ในปี พ.ศ. 2529 ธงไชยได้รับเกียรติให้เป็นพิธีกรบนเวทีการประกวดนางสาวไทย รอบตัดสิน ปี 2529–2530 และเขายังเป็นพิธีกรคู่แรกในรายการถ่ายทอดสด 7 สีคอนเสิร์ต คู่กับมยุรา ธนะบุตร ซึ่งกลายเป็นพิธีกรคู่ขวัญจากความเป็นธรรมชาติ สนุกสนานของทั้งคู่

สำหรับเพลงที่เป็นซิงเกิลแรกที่เผยแพร่ผ่านสื่อ และแจ้งเกิดเขาในวงการเพลงคือ เพลง “ด้วยรักและผูกพัน” “ฝากฟ้าทะเลฝัน” “บันทึกหน้าสุดท้าย” เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง จากความสำเร็จของอัลบั้มดังกล่าวได้มีการนำเพลงดังในอัลบั้มไปใช้ประกอบในภาพยนตร์ ด้วยรักและผูกพัน ที่ถ่ายทำในต่างประเทศ ธงไชยจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและก้าวสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว

ปี พ.ศ. 2530 – 2539

  • อัลบั้ม สบาย สบาย

ในปี พ.ศ. 2530 ธงไชยมีอัลบั้มดังชื่อ สบาย สบาย ซึ่งต้นสังกัดจัดให้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดแห่งปีโดยมีเพลงเด่น เช่น เพลง “สบาย สบาย” “เหมือนเป็นคนอื่น” และ “ฝากใจไว้” โดยเพลง “สบาย สบาย” ที่ทำให้เขาดังข้ามประเทศ

ปลายปี พ.ศ. 2530 ธงไชยออกอัลบั้ม รับขวัญวันใหม่ โดยมีเพลงเด่นคือ “หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ” และ “ขอบใจจริง ๆ”

  • ละครคู่กรรม และอัลบั้มบูมเมอแรง

ในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นยุคที่เกิดกระแสเบิร์ดฟีเวอร์  ธงไชยรับบทโกโบริในละคร คู่กรรม คู่กับกมลชนก โกมลฐิติ ซึ่งรับบทอังศุมาลิน ถือเป็นละครฉบับที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอันดับ 1 ของไทยตลอดกาล ด้วยเรตติง 40 ละครเรื่องนี้ทำให้ธงไชยได้รับรางวัลใหญ่สองรางวัล คือ รางวัลนักแสดงนำชายดีเด่น จากงานประกาศผลรางวัลเมขลา ครั้งที่ 10 และรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากงานประกาศผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 5

ในปีเดียวกันธงไชยได้ออกอัลบั้ม บูมเมอแรง ซึ่งต้นสังกัดจัดให้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดแห่งปี  และเป็นลำดับ 3 ของอัลบั้มที่ดีที่สุดของทศวรรษ โดยเป็นศิลปินคนแรกของแกรมมี่ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 2 ล้านตลับ

  • อัลบั้มพริกขี้หนู และละครวันนี้ที่รอคอย

ในปี พ.ศ. 2534 ธงไชยประสบความสำเร็จต่อเนื่องมาถึงอัลบั้มชุดที่ 6 อัลบั้มพริกขี้หนู มียอดจำหน่าย 3 ล้านตลับ โดยมีเพลงเด่นคือ “พริกขี้หนู” “ขออุ้มหน่อย” “ไม่อาจหยั่งรู้” “ฝากไว้” เป็นต้น ในปีเดียวกันเขายังมีคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์ ครั้งที่ 5 โดยใช้ชื่อตอน ความสุข ความทรงจำ ไม่มีที่สิ้นสุด จำนวน 29 รอบ จำนวนผู้ชม 58,000 คน ซึ่งมีจำนวนรอบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และเป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายก่อนขอพักงานอย่างไม่มีกำหนด โดยเรวัต พุทธินันทน์ แต่งเพลง “ความสุข ความทรงจำ ไม่มีที่สิ้นสุด” สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนั้น

ปลายปี พ.ศ. 2536 ธงไชยกลับมาแสดงละครวันนี้ที่รอคอย รับบท เจ้าซัน และเจ้าชายศิขรนโรดม คู่กับสิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ซึ่งเป็นละครที่ประสบความสำเร็จอีกเรื่องของเขา ธงไชยได้รับรางวัลดารานำชายดีเด่น จากประกาศผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 8

ปี พ.ศ. 2540 – 2549

  • อัลบั้ม เบิร์ด-เสก และ วอลุม วัน

ในปี พ.ศ. 2547 ธงไชยออกอัลบั้มพิเศษ เบิร์ด-เสก เฉลิมฉลองวาระจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ครบรอบ 20 ปี โดยมียอดจำหน่ายสูงสุดแห่งปีมากกว่า 2 ล้านชุด ต้นสังกัดจัดให้เป็น “อัลบั้มพิเศษที่ดีที่สุดแห่งยุค”  โดยมีเพลงดัง คือ “อมพระมาพูด” ซึ่งร่วมร้องกับนักร้องแนวร็อก เสกสรรค์ ศุขพิมาย

อัลบั้มเบิร์ดเปิดฟลอร์ ปี พ.ศ. 2549 และในปี พ.ศ. 2548 มีอัลบั้มวอลุม วัน ซึ่งมีเพลงดังคือเพลง “โอ้ละหนอ…My Love” และเพลง “ไม่แข่งยิ่งแพ้”

ปี พ.ศ. 2550 – 2559

  • ด้านคอนเสิร์ต และอัลบั้ม อาสาสนุก

ในปี พ.ศ. 2550 มีจัดคอนเสิร์ตเบิร์ดเปิดฟลอร์ และปลายปีมีอัลบั้ม ซิมพลีย์ เบิร์ด ซึ่งมีเพลงเด่นคือ “ช่วยรับที” “มีแต่คิดถึง” และเพลง “น้ำตา” ในปีดังกล่าวธงไชยยังได้รับฉายาจากสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทยว่า “ป๋าพันปี” หมายความว่า “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด ก็ยังคงดังเช่นเดิม”

ในปี พ.ศ. 2551 ธงไชยแสดงคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์ ครั้งที่ 9 ตอน MAGIC MEMORIES อัศจรรย์แห่งความทรงจำ สิ่งเหล่านี้คือความเป็นเรา…ตลอดไป เมื่อรวมรอบอังกอร์พลัสแล้ว สร้างสถิติสูงสุดของอิมแพ็ค เมืองทองธานี ด้วยจำนวนผู้ชม 120,000 คน จาก 12 รอบการแสดง

ในปี พ.ศ. 2552 ธงไชยได้รับเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) “โครงการเที่ยวไทยครึกครื้นเศรษฐกิจไทยคึกคัก” โดยถ่ายทำสามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี

ปี พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2560 ธงไชยเว้นจากการมีผลงานเพลง และผลงานคอนเสิร์ตของเขา เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เขาร่วมเป็นดารารับเชิญในละครพิเศษ “เราเกิดในรัชกาลที่ 9 เดอะซีรีส์” โดยรับบทแพทย์อาสา  และเป็นนักร้องรับเชิญในงานแสดงดนตรี “แผ่นดินของเรา” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และขับกล่อมให้แก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และในที่ 26 ตุลาคม ปีนั้น ธงไชยก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุด เมื่อได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สถานที่จริง ที่พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยได้ขึ้นถวายพระเพลิงในฐานะพลเรือนผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ นับเป็นศิลปินเพียงไม่กี่คนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเช่นนี้

ติดตามบทความดีดีได้ที http://rediceradio.net/