ค่าธรรมเนียมขายฝาก

ค่าธรรมเนียมขายฝาก คิดอย่างไร

ในการขายฝากแต่ละครั้ง

ค่าธรรมเนียมขายฝาก  ในการจดจำนอง กรณีจำนองบ้าน จำนำคอนโด จำนองที่ดิน ค่าธรรมเนียมคำร้องขอจดจำท่วม แปลงละ 5 บาท ค่าจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง แต่ว่าจะต้องไม่เกิน 200,000 บาท (ที่ Luxe Loans เรากำหนดวงเงินจำนองจริง ไม่มีการบวกดอกเข้าไปในวงเงินจำนองด้วย)

3 ค่าอากรแสตมป์ ตามวงเงินจำนอง คือ ทุก 2,000 บาท loan money เสียค่าอากรแสตป์ 1 บาท เศษของ 2,000 คิดเป็น 1 บาท แม้กระนั้นจำต้องไม่เกิน 10,000 บาทค่าธรรมเนียมสำหรับการไถ่คืนจำนำ กรณี ไถ่ถอนจำนำบ้าน ไถ่ถอนจำนองคอนโด ไถ่ถอนจำนองที่ดิน

1 ค่าธรรมเนียมคำขอจดจำ loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก ท่วม แปลงละ 5 บาท
2 ค่าลงบัญชีจำพวกไม่มีเงินทุน แปลงละ 50 บาท
(กรณีให้อำนาจ ค่าให้อำนาจ 20 บาท ต่อ 1 คน)ค่าธรรมเนียม  loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก สำหรับการจดขายฝาก

ค่าธรรมเนียมขายฝาก

กรณีขายฝากบ้าน ขายฝากคอนโด ขายฝากที่ดิน (พอๆกับการขาย)
1 ค่าธรรมเนียมวิธีการทำนิติกรรมขายฝาก 2% ของราคาประเมินทรัพย์สมบัติจากกรมที่ดินหรือราคาขายฝาก
2 ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หักในที่จ่าย (ตามหลักมาตรฐานของกรมสรรพากร)

3 ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ( 3.3% ของราคาซื้อขายที่ไม่ต่ำยิ่งกว่าราคาประเมิน) ไม่ต้องจ่ายหากครองเกิน 5 ปี
4 ค่าอากรแสตมป์ ( กรณีไม่เสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ) 200 บาท ติดอากรแสตมป์ 1 บาท (0.50 %) ตามราคาซื้อขายแต่ว่าไม่ต่ำกว่าราคาประเมินสำหรับการทำธุรกรรมกับ Luxe Loans จะเขียนยอดเงินต้น (วงเงินซื้อฝาก) และยอดสินไถ่ (รวมผลตอบแทน 11.25%)ค่าธรรมเนียมสำหรับในการไถ่ถอนขายฝาก ไถ่

คืนขายฝากบ้าน ไถ่คืนขายฝากคอนโด ไถ่ถอนขายฝากที่ดิน

1 ค่าธรรมเนียม แปลงละ 50 บาท
2 ค่าภาษีอากรหักในที่จ่าย
3 ค่าภาษีอากรธุรกิจเฉพาะ
4 ค่าอากรแสตมป์ 0.50% ของราคาสูงระหว่างประเมินรวมทั้งราคาแจ้งไถ่ถอนหรือกล้วยๆเป็น เท่าๆกับ

ค่าธรรมเนียมวิธีการทำขายฝาก นอกจากค่าเขียนขายฝากที่เสีย 2% เป็น แปลงละ 50 บาทค่าธรรมเนียมในการจดจำท่วม ที่จำเป็นต้องจ่ายในช่วงเวลาที่พวกเรานำหลักทรัพย์ไปทำข้อตกลงจำนำ ซึ่งเรียกเก็บโดยกรมที่ดิน อย่างเช่นค่าธรรมเนียมคำขอ

คิดแปลงละ 5 บาทค่าธรรมเนียมจดทะเบียน คิด 1% ของวงเงินจำนำ แต่ว่าจะต้องไม่เกิน 200,000 บาทค่าอากรแสตมป์ คิดตามวงเงินจำนอง โดยทุกๆ2,000 บาทควรต้องเสียค่าอากรแสมป์ 1 บาท(เศษของ 2,000 ก็คิดเป็น 1 บาท) แต่ว่าจำเป็นต้องไม่เกิน 10,000 บาทตัวอย่าง นำบ้านมาจดจำท่วมกับผู้ลงทุน บ้านราคาแพงประเมิณที่ 2 ล้านบาท

นำมาจดจำนองที่วงเงิน 1 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียให้กรมที่ดินเป็นค่าธรรมเนียมคำขอ = 5 บาทค่าธรรมเนียมลงทะเบียน 1% ของวงเงินค่าธรรมเนียมขายฝาก loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก จำนำ ในที่นี้เป็น 1% ของ 1ล้านบาท = 10,000 บาทค่าอากรแสตมป์ คิดตามวงเงินจำนำ 1ล้านบาท หารด้วย 2,000 = 500 บาท

รวมแล้วจำต้องเสียค่าบริการทั้งสิ้น 10,550 บาท (5 + 10,000 + 500)ค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้ปกติแล้วคนที่นำหลักทรัพย์มาจำนองจะต้องเป็นผู้ออกรายจ่ายครับผม รวมทั้งนอกจากนี้บางครั้งอาจจะยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆเป็นต้นว่า ค่าปากถุง, การหักดอกล่วงหน้า(โดยมากจะหักกัน 1-3 เดือน ตามแต่ตกลง) ซึ่งก็จะมีผลให้วงเงินจำนำที่ได้รับลดน้อยลงไป

อย่างไรก็ดีสำหรับคนไหนกันแน่ที่คิดจะนำหลักทรัพย์มาทำจำนอง

ก็อย่าลืมคำนวนเผื่อค่าครองชีพในส่วนนี้ไว้ด้วยเริ่ม ทำความเข้าใจ ขายฝาก เป็นอย่างไร ?
“ขายฝาก”เป็นสัญญาซื้อขายซึ่งเจ้าของในทรัพย์สิตกไปยังผู้บริโภค โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่สินทรัพย์นั้นคืนได้ข้อตกลงขายฝากเป็นสัญญาที่เจ้าของในเงิน ค่าธรรมเนียมขายฝาก loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก ตกเป็นของคนรับซื้อฝากเมื่อจดทะเบียน

ซึ่งผู้ขายฝากจะได้รับเจ้าของในที่ดินคืนได้จำเป็นต้องขอไถ่ถอนข้างในตั้งเวลาคำสัญญาขายฝาก หรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด พูดอีกนัยหนึ่ง ถ้าเกิดเป็นอสังหาริมทรัพย์มีกำหนด 10 ปี และก็ถ้าหากเป็นสังหาริมทรัพย์มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันทำความตกลง

สรุปสาระสำคัญของข้อบังคับขายฝากใหม่ ปี 2562 ดังนี้
1. ช่วงเวลาคำสัญญาขายฝากห้ามน้อยกว่า 1 ปีกำหนดเวลาไถ่ถอนต้องมีช่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี สูงสุดไม่เกิน 10 ปี (ของเดิมนิยมลงลายลักษณ์อักษรกันเพียง 3-4 เดือน แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยทำใหม่เป็นครั้งๆไป) ภาครัฐให้เหตุผลว่าที่ต้องกำหนดแบบนี้เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาเก็บเกี่ยวพืชผลการกสิกรรมที่ใช้ช่วงเวลาราว 1 ปี

2. สินไถ่ห้ามเกิน 15% ต่อปี หรือเฉลี่ย 1.25% ต่อเดือนปริมาณสินไถ่จะกำหนดไว้สูงขึ้นมากยิ่งกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณดอกแล้ว ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน คำนวณนับตั้งแต่วันที่ขายฝากจนกระทั่งวันครบกำหนดเวลาไถ่เจ้าหนี้ขายฝากจะแอบไปทำความตกลงต่างหากให้ลูกหนี้ขายฝากเสียค่าบริการโน่นนี้นั้น

เสียค่าใช้จ่ายนี่  loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก เพื่อดอกเบี้ยรวมกันเกิน 15% ไม่ได้ จะสำเร็จให้ดอกทั้งหมดทั้งปวงเป็นโมฆะโดยทันที ไม่ใช่เป็นโมฆะเฉพาะส่วนที่เรียกเกินอัตรา

3. ผู้รับซื้อฝากจำเป็นต้องแจ้งวันไถ่คืนรวมทั้งปริมาณสินไถ่ถอน ก่อนกำหนดไถ่คืน ขั้นต่ำ 3-6 เดือนโดยแจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังคนขายฝากเพื่อให้คนขายฝากทราบตั้งเวลาไถ่รวมทั้งปริมาณสินไถ่ และแนบสำเนาคำสัญญาขายฝากไปด้วย

ในเรื่องที่ผู้แจ้งมิใช่ผู้ซื้อฝากเดิม จะต้องแจ้งไปเพราะคนขายฝากจึงควรไถ่กับคนไหนกันแน่รวมทั้งสถานที่ที่จะจะต้องชำระสินไถ่ถ้าหากไม่ยินยอมแจ้งก็จะถูกลงโทษ โดยให้จัดว่าระบุไถ่คืนหรือระบุจ่ายหนี้คืนขยายออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ

4. สามารถเลือกไถ่คืนที่ใดก็ได้ลูกหนี้ขายฝากมีสิทธินำสินไถ่ไปวางสินทรัพย์ในที่ทำการวางสินทรัพย์หรือ ที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินที่รับลงบัญชี โดยไม่จำเป็นต้องเป็นที่ทำการที่ดินที่จดทะเบียนขายฝาก หรือจะวางสินไถ่ไว้ที่ที่ทำการทรัพย์สินจังหวัดดังเดิม

5. ไถ่คืนล่วงหน้าได้รวมทั้งได้ลดดอกให้สิทธิลูกหนี้คนขายฝากนำสินไถ่มาจ่ายและชำระหนี้ล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดไถ่ถอนได้ โดยได้สิทธิลดต้นลดดอก ฝ่ายเจ้าหนี้หรือคนซื้อฝากจะมีความคิดว่าปรับได้คล้ายกับธนาคาร เป็นค่าเสียโอกาสที่จะได้ดอก แต่ว่าค่าปรับต้องไม่เกิน 2% ของเงินต้น คิดจากวันที่ชำระก่อนกำหนดจนกระทั่งวันถึงกำหนดไถ่

6. สิทธิการใช้ที่ดินระหว่างขายฝากลูกหนี้ขายฝากมีสิทธิใช้ที่ดินต่อไปโดย  loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก ไม่มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งดอกผลเงินทองระหว่างวิธีขายฝากตกเป็นของคนขายฝาก โดยข้างหลังขายฝากที่ดินไปแล้ว

ลูกหนี้คนขายฝากยังสามารถใช้ที่ดินทำทำการเกษตรและเป็นที่พักอาศัยถัดไปได้

โดยไม่ต้องแบ่งรายได้หรือจ่ายค่าเช่าให้แก่เจ้าหนี้ขายฝากหากในวันลงทะเบียนขายฝากลูกหนี้ให้ผู้อื่นเช่าที่ดินอยู่ก็ให้สัญญาเช่ายังมีผลต่อไปบริบูรณ์ โดยให้ค่าเช่าตกเป็นของลูกหนี้คนขายฝาก แต่ว่าถ้าเกิดขึ้นทะเบียนขายฝากไปแล้วลูกหนี้เพิ่งนำที่ดินออกให้ผู้อื่นเช่าทำเกษตรกรรมหรือเป็นที่อยู่ที่อาศัยก็สามารถทำเป็นเช่นเดียวกัน

แต่ว่าให้ตกลงกันเองระหว่างลูกหนี้แล้วก็เจ้าหนี้ว่าคนไหนกันแน่จะเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าหากเจ้าหนี้คนรับซื้อฝากเป็นผู้ได้ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าก็ให้นำค่าใช้จ่ายในการเช่านั้นไปลบออกจากสินไถ่ ทำให้ลูกหนี้ได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง มีข้อแม้เพียงแค่หน่อยเดียวว่าลูกหนี้จะนำที่ดินให้คนอื่นเช่าทำพานิชชูรรมไม่ได้

7. กรณีไม่ไถ่คืนลูกหนี้ขายฝากยังมีสิทธิในผลิตภัณฑ์ต่ออีก 6 เดือนถึงแม้มีข้อกำหนดว่ากรณีไม่มาไถ่คืนคนขายฝากจะต้องส่งมอบที่ดินให้กับผู้บริโภคฝากตามสภาพที่เป็นอยู่เวลานั้น โดยปราศจากสิทธิอะไรก็ตามที่ผู้ขายฝากนำมาซึ่งการก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างแนวทางการขายฝาก ค่าธรรมเนียมขายฝาก loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก

แต่ยังกำหนดให้คนขายฝากมีสิทธิในผลิตภัณฑ์ทำการเกษตรที่มิได้มีลักษณะเป็นส่วนควบของที่ดิน ทั้งนี้ผู้ฝากซื้อจำเป็นที่จะต้องยินยอมให้ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ผลิตภัณฑ์การเกษตรเข้าไปในที่ดิน เพื่อเก็บหรือย้ายด้านใน 6 เดือนนับตั้งแต่วันครบกำหนดเวลาไถ่คืน

กรณีวิธีขายฝากอสังหาริมทรัพย์ระหว่างคนขายฝากรวมทั้งผู้รับซื้อฝาก

ซึ่งเป็นบุคคลปกติภาระหน้าที่ภาษีรายได้บุคคลปกติแล้วก็ภาษีธุรกิจเฉพาะของผู้ขายฝากรวมทั้งคนรับซื้อฝากมีดังนี้
1. ภาษีรายได้บุคคลปกติ1.1 วิธีขายฝาก ตามมายี่ห้อ 491 ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือเป็นการ “ขาย”ตามมายี่ห้อ 39 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้ขายฝากนำอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางค้าหรือหากำไร ไปขายฝากแก่คนรับซื้อฝาก

คนรับซื้อฝากซึ่งเป็นผู้ชำระเงินได้มีหน้าที่หักภาษี ณที่จ่าย ตามมาตรา 50(5) แห่งประมวลรัษฎากรและคนขายฝากซึ่งได้รับรายได้จากแนวทางการขายฝากนับว่าเป็นผู้มีเงินได้พึงจะประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากรผู้ขายฝากจะเลือกเสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณภาษีกับรายได้อื่นก็ได้ ดังนี้ตามมายี่ห้อ 48(4) แห่งประมวลรัษฎากร

1.2 กรณีผู้ขายฝากนำอสังหาริมทรัพย์ที่ ค่าธรรมเนียมขายฝาก loan money ดอกเบี้ย ขายฝาก ได้มาโดยมุ่งในทางค้าหรือหากำไรไปขายฝากแก่คนรับซื้อฝาก

กลับสู่หน้าหลัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *