โช้ค profender ฟอร์จูนเนอร์

โช้ค profender ฟอร์จูนเนอร์

โช้ค profender ฟอร์จูนเนอร์โช้ค profender ฟอร์จูนเนอร์ นับเป็นเวลายาวนานที่รถจักรยานยนต์ อยู่คู่กับผู้ซื้อชาวไทย รวมถึงร่วมเส้นทางไปในสถานที่ต่างๆบนถนนหนทางของเมืองไทยที่แสนจะสบายเต็มไปด้วยหลุมรวมทั้งบ่อ โดยเฉพาะฝาท่อที่โผล่อยู่กลางหนทาง รถเครื่องเมืองไทยก็เลยถูกออกแบบให้สามารถเอาชีวิตรอดได้ ในระดับหนึ่ง ในตอนสองถึงสามปีที่ผ่านมา กระแสการปรับแก้รถยนต์ให้มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการทำงานในลักษณะๆต่างๆก้าวหน้าเพิ่มขึ้น กับอีกทางหนึ่งเป็นการตกแต่งเพื่อความโก้เก๋ ความหล่อบนถนน ตราบจนกระทั่งบางบุคคลบางทีก็อาจจะไม่ทราบความแตกต่างของโช้คแต่ละแบบเลย วันนี้จึงเป็นจังหวะดีที่จะนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบกันสะเทือนมาฝากกันขอรับ

โช้คอัพ มาจากคำว่า Shock Absorber (ช็อค-อัพซอร์เบอร์)เป็นตัวช่วยหน่วงเวลาไม่ให้สปริงมีการเคลื่อนตัวเร็วเกินความจำเป็น kw suspension แต่อย่ารู้ผิดว่าใช้โช้คอัพรองรับน้ำหนักนะครับ คนขับขี่รถยนต์บางคนอาจจะรู้เรื่องกันว่าโช้คมีไว้รองรับน้ำหนักรถยนต์ ซึ่งเป็นความรู้เรื่องที่ไม่ถูกมหันต์เลยครับ ในความเป็นจริงแล้วตัวรับน้ำหนักรวมทั้งแรงกระเทกทั้งผองเป็นสปริงแต่ว่าตรงกันข้ามถ้าเกิดรถยนต์คุณมีแม้กระนั้นสปริง เพียงพอพบถนนหนทางขรุขระและก็หลุมบ่อรถยนต์คุณก็จะเด้งขึ้นกระเด้งลงตามค่า K ของสปริงกันจนกระทั่งมึนไปเลย Shock Absorber ก็เลยถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อถ่วงไม่ใช้สปริงมีการเคลื่อนได้เร็วนัก

ในกรณีระหว่างที่คุณอยากเลือกโช้คอัพมาใส่รถยนต์จำเป็นต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าคุณจำเป็นต้องได้อย่างเสียอย่างเสมอถ้าเกิดรถยนต์คุณอยากได้โช้คนิ่ม มันจะถ่วงสปริงได้น้อย นั่งแล้วนุ่มตูดขึ้น แต่ว่าเวลาเข้าโค้งที่มีความเร็วถึงในระดับหนึ่งรถยนต์ก็จะออกอาการ “ย้วย” ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของโช้คแบบผิดที่ไม่ถูกเวลานั่นเอง ซึ่งโน่นมีต้นเหตุที่เกิดจากแรงเหวี่ยงจากศูนย์กลางมันล้นหลามดโช้ค แม้กระนั้นถ้าในเรื่องที่คุณเลือกโช้คหนึบในโค้งความนุ่มก็จะหายไปรวมถึงบนทางตรง เพราะว่าสปริงจะเขยื้อนได้น้อยมาก แต่เวลาเข้าโค้ง หรือขับซิกแซก รุถคุณนิ่งอย่างแรงนะครับเนื่องจากน้ำหนักกดลงไปถึงพื้นมีความสม่ำเสมอ

โช้คอัพ เดิมทีคือการใช้น้ำมันสำหรับการถ่วงลักษณะการทำงานของกลไก โดยน้ำมันนี้ จะใส่อยู่ในกระบอกโช้คเต็มกระบอกแท่งแกนโช้ค ( Piston rod ) ถูกใส่ลงไปในกระบอก มีก้อนวาล์ว (Piston valve) อยู่ตรงปลายขั้นตอนการของมันเป็น รูวาวล์จะต้านแรงกดดันน้ำมันในเวลารับแรงกดและก็แรงยืดกลับ เวลาจังหวะโช้คยืดตัวขึ้น น้ำมันจากห้องบนจะต้องถูกดันให้หนีลงมาห้องด้านล่าง แม้กระนั้นวาล์วที่กันห้องนั้น มีรูและจากนั้นก็ซอกเล็กมากให้น้ำมันผ่านได้จำกัดมากทำให้น้ำมันผ่านได้ช้าลงผลก็คือมีการหน่วงไม่ให้ก้านดูดเลื่อนขึ้นเร็วเหลือเกิน ในจังหวะโช้คกดตัวลงก็สิ่งเดียวกันขอรับ น้ำมันจากห้องด้านล่างจะพยายามหนีขึ้นห้องบนด้วยความที่โดนดัน วาล์วก็เป็นตัวถ่วงอีกเหมือนกัน การไหลผ่านร่องวาล์วเล็กๆในกระบอกสูบ เหนียวไม่ข้นเหนียวขึ้นอยู่กับขนาดวาล์วรวมทั้งการออกแบบ ช่องทางสำหรับเดินน้ำมันในวาล์วให้ใกล้เคียงกับความอยากได้การใช้แรงงานสูงที่สุดลักษณะพิเศษของโช้คแก้ส

โช้คแก้ส มันเป็นการขึ้นปรับปรุงจากโช้คที่มีส่วนประกอบที่มีอยู่แล้ว มาสร้างห้องพิเศษไว้ห้องหนึ่งแล้วอัดแก้สไนโตรเจนลงไปมีจุดมุ่งหมายหลักเป็นทำให้มีแรงกดดันมากเพิ่มขึ้น ฟองอากาศที่จะกำเนิดในน้ำมันซึ่งคือปัญหาเดิมจะต่ำลง เนื่องจากเวลาโช้คดำเนินงานธรรมดาบนถนน

โช้คมีการขยับขึ้นลงมากกว่า 10 ครั้งต่อวินาทีพร้อมทั้งความร้อนซึ่งมีต้นเหตุมาจากการเสียดสีเยอะๆ ทำให้น้ำมันเกิดฟองอากาศ หัวข้อหลัก สิ่งที่เรียกว่าโช้คน้ำมันครึ่งหนึ่งแก้สนั้นหลายท่านอาจรู้เรื่องว่าเป็นการอัดเฉพาะแก้สเข้าไปเต็มๆ นั่นเป็นความหลงผิดนะครับ โช้คแก้ส ก็ยังคงใช้น้ำมันสำหรับเพื่อการไหลผ่านวาล์วอย่างเคย

แก้สไม่เกี่ยวเลยแม้กระนั้นแรงกดดันจากแก้สนี้จะสร้างแรงกดดันซึ่งมีผลไปสู่ฟองอากาศให้ลอยตัวเร็วมากขึ้นไม่เข้ามาเกี่ยวพันอยู่กับแกน แล้วก็ซีลโช้ค ซึ่งเป็นตัวการที่เกิดการสะดุดเวลาที่โช้คทำงานด้วยเหตุดังกล่าว ขอให้เข้าใจกันใหม่ด้วยครับ ว่าโช้คนั้นมีแค่เป็นน้ำมันล้วน กับแบบเอาแก้สมาอัดช่วยดันห้องด้านล่าง เท่านั้น โช้คแก้สเปล่าๆไม่มีแน่นอนครับ สำหรับการออกแบบ้องแยกแก้สนั้น ในโบราณกาล มีถูกดีไซน์ให้เป็นดังเสื้อดูดซึ่งมีลูกดูดหรือจะเรียกว่าฝาผนังบ้านกันก็ไม่น่าจะไม่ถูกเป็นตัวกันระหว่างแก็สกับน้ำมัน มันจะจัดการรับแรงกดดันขึ้นลงเหมือนลูกสูบ ซึ่งลักษณะแบบนี้ จะเกิดความร้อนสะสมในตัวกระบอก ผู้ผลิตแบบใหม่จึงหันมาปรับปรุงห้องแยกแก้สใหม่ ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือยางสังเคราะห์เนื้อพิเศษ

ซึ่งดำเนินงานคล้ายกับเตียงน้ำไม่มีการเสียดสีกับวัตถุอื่นก็เลยไม่กำเนิดความร้อนก็เลยทำงานได้อย่างเต็มความสามารถมากยิ่งกว่าข้อสังเกตุสำคัญว่าโช้คของคุณเป็นน้ำมันหรือแก้สก็สามารถไม่ได้ทำยาก เริ่มจาการถยนต์อดสปริงออกจากโช้ค แล้วทดลองวางวางพื้นนะครับ เอามือกดโช้คลงไปจนกระทั่งสุด แล้วปลดปล่อยถ้าเกิดเป็นโช้คน้ำมัน มันจะจมอยู่แบบนั้น แต่ว่าถ้าหากเป็นโช้คที่มีแก้สอยู่ด้วย มันจะเบาๆยืดขึ้นมาเองช้าๆตราบจนกระทั่งสุด มูลเหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะมีห้องแก้สอยู่ช่วยดันให้น้ำมันในห้องด้านล่างดันลูกสูบขึ้นไปในตำแหน่งธรรมดาความหนืดในกระบอกโช้คความหนืดของโช้คอัพ ที่จริงแล้วขึ้นกับการออกแบบวาล์วที่ลูกสูบเท่านั้น

อยู่ที่ว่าโช้คตัวนั้นจะถูกปรับเซ็ทค่าโช้คมาพอดีและพอดีเท่าไร ไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องมีออฟชั่นมากมากแค่ไหนหากคุณเปลี่ยนแปลงโช้คไปเป็นแก้ส ก็มั่นใจได้อย่าง ว่ามันแข็งขึ้นแหงๆขอรับถ้าเกิดวาล์วถูกออกแบบมาอย่างเดียวกัน แต่ว่าในทางกลับกันเป็น เมื่อโช้คแก้สถูกใช้เพื่อการปฏิบัติการประเภทที่ต้องโดนคาดคั้นความสามารถสุดๆ มันจะอาจจะความมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งก็คือมันทรงสภาพการใช้แรงงานหนักเป็นระยะเวลาที่ยาวนานนั่นเอง

แล้วหลังจากนั้นก็เมื่อถึงกรณีนี้จึงมีตัวช่วยของโช้คอัพเสริมขึ้นมาอย่างที่นักเลงขาซิ่งรถมอเตอร์ไซค์เขาเรียกกันว่า “ตัวปรับหนืด” (Rebound Adjuster)ซึ่งเจ้าตัวนี้จะดำเนินการโดยการปรับรูทางผ่านของน้ำมันใน Piston Valve ทำให้จากเดิมเป็นถนนสามเลนมีไฟกิ่งส่องสว่างไสว โดนบีบหลงเหลืออยู่เลนเดียวเปิดไฟสลับดวง ผลก็คือ การจราจรย่อมเดินทางยากขึ้น วัสดุอุปกรณ์นี้ จะถูกเสริมเมื่อผู้ขั่บขี่ต้องการความถูกต้องให้เหมาะสมกับหน้าที่การงานสูงที่สุด เหมือนกันกับสปริงที่จะมีตัว “สตรัทปรับเกลียว” (Spring preload Adjuster)

ซึ่งจะช่วยสำหรับการให้ร้ายแข็งของปริงที่จะรับกับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างเหมาะควร ปัญหาที่เกิดกับโช้คอัพปัญหาของโช้คอัพ มีเรื่องหลักๆอยู่เรื่องเดียวคือน้ำมันรั่วออกมาจากซีลโช้ค (Seal Block) ทำให้โช้คอัพสูญเสียน้ำมันไปเรื่อยซึ่งก็จะก่อให้มันสูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับในการถ่วงไป ทำให้รถยนต์คุณวิ่งเหมือนกระดอนอยู่บนสปริง แม้เป็นไม่มากมายซึ่งพวกนักแข่งขันในสนามแข่งขัน เขาไม่มาก้มมุดมองโช้คให้เสียเวล่ำเวลา เพียงแค่เช็คมองที่หน้ายางดูก็รู้ได้แล้วครับผมถ้าเกิดสึกเป็นบั้งๆในแนวขวางก็สามารถฟันธงได้แล้วว่ารถคุณมีปัญหากะ โช้คอัพแล้วล่ะปัจจัยสำคัญที่น้ำมันจะรั่วก็มาจากซีลยาง ซีลยางนี้ มีการย่อยสลายไปตรงเวลาอยู่แล้ว

ตามระยะของผู้สร้างโช้ค คุณควรจะแปลงโช้คอัพเมื่อรถยนต์วิ่งไปได้ในระยะทาง 100,000 กิโล หรือห้าปี โดยไม่ต้องคอยให้รั่ว เนื่องจากซีลมันเสื่อมแล้ว ถ้าหากรถคุณไม่ค่อยได้ใช้เลยซีลยางคุณจะยิ่งแย่กว่าปกติ เพราะเมื่อใดก็ตามโช้คขึ้นลง ก้านแกนโช้คจะนำเอาน้ำมันออกมาบางส่วนด้วยช่วยหล่อลื่นซีลขอรับแม้คุณไม่ใช้รถเลย หยุดไว้เป็นต้นตย์เฉยๆซีลจะแข็งและก็เสื่อมสภาพรวมทั้งฉีกง่ายดายๆปัญหาโช้ครั่วก็จะตามมาแน่ๆขอรับ

การตำหนิดตั้งโช้คเวลาจัดตั้งโช้ค อย่าลืมเตือนช่างหรือแม้กระทั้งคุณเองไม่ให้ใช้คีมในการจับแกนโช้คตอนขันน้อตหรือแม้แต่กรณีใดก็ตามครับผมด้วยเหตุว่ามันจะมีผลให้แกนโช้คเป็นรอย ซึ่งเมื่อคุณเอารถยนต์ไปขี่ รอยนี้มันจะไปเสียดสีให้ซีลยางมันขาด ซึ่งก็จะนำมาซึ่งการรั่วตามมาในเวลาอันเร็วทันใจ โดยเหตุนี้เวลาเจอโช้ครั่วเร็ว บางครั้งบางคราวก็อย่าโทษ แม้ว่าผู้ผลิตโช้คล่ะขอรับ มันมีเหตุอื่นๆอีกเพียบเลยอย่างเช่นตอนขันน้อต ถ้าเกิดคุณขันแน่นเกิน ความจำเป็นหรือองศาไม่ตรงกับจุดยึด พอเพียงเจอน้ำหนักกดฉับพลันโช็คก็จองอปั๊ปเลยขอรับ เนื่องจากเมื่อโช้คท่านงอ เวลาเอาไปวิ่ง มันก็ไปขูดซีลยางอีกน่ะล่ะ (แหม ไอ้ซีลยางนี่ช่างเจ้าปัญหาซะจริงเลยค่ะ)ข้อไตร่ตรองเกี่ยวกับโช้คอัพ

๑.คุณน่าจะเปลี่ยนทั้งสองข้างพร้อม

๒.คุณน่าจะแปลงให้ได้ตามรุ่นที่ผู้สร้างโช้คทำมาเพื่อรถยนต์รุ่นนั้นๆไม่ควรดัดแปลงปรับปรุงแก้ไข เพราะคุณไม่มีวันรู้ ค่าความแข็งแรงของสปริงที่สมควรแน่ๆนะครับ เนื่องจากถ้าหากเป็นมาตรฐานของโรงงานผลิตโช้คที่ลงทุนกันเป็นล้าน ปรับแต่งและก็ศึกษาค้นคว้ากัน ปางตายกว่าจะออก มาให้รถยนต์แต่ละรุ่น

๓.หมั่นก้มดูโช้คบ่อยๆครับผม ว่ามีคราบที่สกปรกและก็เป็นรอยเปื้อนน้ำมันรั่วหรือเปล่า

๔.เรื่องของระบบกันสะเทือนมาตรฐานเยอรมัน ถือว่าเป็นชินสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยเสมอกันกับระบบเบรคเลยทีเดียว

คุณควรที่จะใส่ใจกับมันให้ล้นหลาม อย่าเห็นแก่ของถูก หรือเงินเพียงเล็กน้อยขอรับชาวไทยเรา ยังมีนิสัยไม่สนใจโช้คอัพ ไม่รั่ว ไม่มีทางแปลง ที่จริงแล้ว คุณควรจะเปลี่ยนแปลงมันเมื่อวิ่งไปได้ 100,000 กิโล หรือห้าปีครับผมด้วยเหตุว่าซีลยางมันออกแบบมาให้มีอายุเพียงแค่นั้น ถามว่า “โช้คไม่ดี ไม่เห็นเป็นไร ไม่เปลี่ยนแปลงมิได้หรอ ขับมาสิบปีแล้วไม่เห็น เคยแปลงสักหนึ่งครั้ง” ตอบเลยคะนะครับ ว่าถ้าเกิดคุณวิ่งธรรมดาดี มันก็แล้วไปครับ แม้ว่าถ้าคุณไปพบ เหตุการณ์ฉุกเฉินเบรคกระทันหัน เมื่อถึงเวลานั้น คุณจะเข้าหัวใจว่า โช้คนั้นสำคัญกับการเลี้ยงตัวของรถแค่ไหน เปลี่ยนทัศนคติกันใหม่ครับผมอย่างที่เยอรมัน เค้ากล่าวว่า “Shock Absorber condition cannot be compromised.”

โช๊คอัพ มีหน้าที่อะไร ทำงานยังไง รวมทั้งมีวิธีการตรึกตรองภาวการณ์โช๊คอัพอเพียงปิ้งไรหน้าที่รูปแบบการทำงานของโช้คอัพ (SHOCK ABSORBERS) มีบทบาทโดยพื้นฐานเป็น เป็นตัวควบคุมการยุบตัว แล้วก็การยืดตัวของสปริง (COIL SPRING) แหนบ (LEAF SPRING) และสปริงแบบแท่ง (TORTION BAR) ถ้าหากไม่มีโช้คอัพรถจะเต้นไม่หยุด โช้คอัพ เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นประเภทหนึ่งในระบบรองรับของรถยนต์ เพื่อลดแรงกระแทก ที่เกิดขึ้นมาจากผิวของ หนทางที่ไม่เรียบซึ่งโดยมี บทบาทรากฐานเป็น เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่รอคอยควบคุม

แนวทางการทำงานของสปริงหรือแหนบ โดยเมื่อรถยนต์ได้รับแรงกระแทก เพราะภาวะถนนหนทาง โช้คอัพจะเป็นตัวหน่วง การเคลื่อนที่ขึ้น และก็ลงของตัวรถยนต์ เพื่อรถยนต์ได้รับแรงสั่นสะเทือนน้อยที่สุด แล้วก็ควบคุมล้อ ให้สัมผัสกับผิวของถนนขณะรถยนต์วิ่ง

โช้คอัพของรถยนต์โดยปกติ ไม่มีหน้าที่รับ น้ำหนักบรรทุก สปริง หรือ แหนบ จะปฏิบัติภารกิจรับน้ำหนักบรรทุกโช้คอัพ (SHOCK ABSORBERS)เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่สื่อความหมายชนิดหนึ่ง อยู่ในระบบรองรับของรถยนต์ เพื่อลดการกระทบ อันมีสาเหตุมาจากผิวของ หนทางที่ไม่เรียบ หน้าที่ต่างกัน แต่ทำงานร่วมกันระหว่างโช้คอัพ กับ สปริง สปริง เป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งส่วนใดในระบบรองรับของรถยนต์ เมื่อมีแรงกดลงมา สปริงจะทำการยุบลง รวมทั้งค่อยคืนภาวะเดิม กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นวัสดุอุปกรณ์ รองรับน้ำหนัก และก็ความยืดหยุ่นของรถยนต์

โช้คอัพ เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่ง ของระบบช่วงล่างหมายถึง เป็นตัวรองรับแรงกระแทก และก็ควบคุมการ ยึดเกาะถนนของตัวรถยนต์ โช้คอัพ และก็สปริงจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน โดยเมื่อมีแรงกดมายังตอนล่างสปริงจะทำยุบ แล้วหลังจากนั้นก็เบาๆดีดตัวขึ้น ตรงส่วนนี้เอง โช้คอัพจะเข้ามา มีส่วนร่วมสำหรับ การลดแรงดีด ตัวของสปริง ทำให้แรงดีดตัวของสปริงมีความหนืดขึ้น ทำให้มีความรู้สึกนุ่มขึ้นของตอนล่าง ถ้าโช้คอัพสามารถลดแรงดีดตัวของสปริงได้มากเท่าใด ก็แสดงถึง สมรรถนะของโช้คอัพได้มากเท่านั้น

กลับหน้าหลัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *