ขายฝาก บ้าน ที่ ดิน

ขายฝาก บ้าน ที่ ดิน

ขายฝาก บ้าน ที่ ดิน ขายฝากอสังหาฯหมายถึงการทำนิติกรรมการค้าขายอสังหาฯแบบหนึ่งซึ่งกรรมสิทธิ์ในเงินทองจะเป็นของคนรับซื้อฝากทันที แม้กระนั้นเปิดโอกาสให้คนที่ขายนั้น สามารถนำเงินมาไถ่คืนสินทรัพย์ของตนได้ภายในเวลาที่ระบุ โดยในส่วนของผู้ที่เป็นฝ่ายตั้งรับซื้อฝากนั้น ก็จะมีสิทธิที่จะได้รับผลตอบแทนตอบแทนจากวิธีขายฝากสูงสุดถึง 15% ต่อปี หรือ 1.25 % ต่อเดือนแล้วก็ได้รับเงินจากวิธีขายฝากคืนโดยทันทีถ้าหากมีการไถ่ถอนเกิดขึ้นแปลให้ง่ายดายยิ่งกว่านั้น มันเป็น วิธีขายและก็มอบโอกาสการซื้อคืนนั่นเอง ยกตัวอย่าง เช่น นาย ก เป็นเจ้าของธุรกิจการค้าแห่งหนี่ง ซึ่งมีที่ดินอยู่รวมทั้งมองว่าธุรกิจจะต้องใช้เงิน เลยตัดสินใจเอาไปขายฝากกับ นาย ข ผู้ซึ่งเป็นนักลงทุนมีเงินเหลือใช้เมื่อขายฝากเสร็จสมบูรณ์ ที่ดินนั้นจะเป็นของนาย ข ในทันทีแต่ว่านาย ก ยังสามารถนำเงินมาซื้อที่ดินคืนจากนาย ข ได้ภายในเวลาที่ระบุตามข้อตกลง แม้กระนั้นไม่เกิน 10 ปี ตามที่ข้อบังคับกำหนด แม้กระนั้นถ้าหากนาย ก ไม่มาซื้อคืน เงินทองนั้นก็จะเป็นของนาย ข โดยสมบูรณ์

ขายฝาก บ้าน ที่ ดิน

การออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน บางบุคคลอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากภาระหน้าที่ด้านการเงินมีมากไม่น้อยเลยทีเดียว ไหนจะค่าของกิน ค่าพาหนะ ค่าสังสรรค์เพื่อการเข้าสังคม ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่างๆหรือถ้าหากวันไหนเกิดเหตุการณ์นึกไม่ถึง

เป็นต้นว่า เกิดอุบัติเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย กระเป๋าเงินหาย ก็ยิ่งต้องใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น การออมเงินก็ยิ่งยากเข้าไปอีก ยิ่งกับผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านแล้วก็จะต้องเช่าห้องพักหรือคอนโด ก็ยิ่งค่าใช้จ่ายเยอะแยะ เราจึงมาเสนอแนะวิธีการออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน เก็บเงินแสนให้ได้ใน 1 ปี บอกเลยว่าไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด!

กรรมวิธีการออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน

1. ตรวจตัวเองโดยจัดประเภทรายการจ่ายแล้วกำหนดเป้าหมายการเก็บออมหลายท่านอาจมองข้ามนิสัยการใช้จ่ายของตนไป มีความคิดว่าถ้าเกิดเก็บออมเงินไปเรื่อยประเดี๋ยวก็ถึงเป้าหมายเอง แม้กระนั้นในทางปฏิบัติแล้ว พวกเรามักพบปัญหาระหว่างการออมเป็นกิเลสของเราเอง เพราะเหตุว่าเมื่อเจอของที่อยากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เราก็จะซื้ออยู่เรื่อยๆเพราะมีความเห็นว่าราคาไม่มาก แต่ว่ารวมๆและทำให้เงินหายไปมากมายทีเดียวด้วยเหตุผลดังกล่าวพวกเราก็เลยจำเป็นต้องรู้เท่าทันนิสัยการใช้เงินของตัวเอง ว่าหมดเงินฟุ่มเฟือยไปกับเรื่องอะไร ได้แก่ ของเล็กๆน้อยๆ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องแต่งหน้าและก็เสื้อผ้าที่ฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น ขนมก็อบแก็บ เครื่องดื่มอย่างระเบียงมมุก เป็นต้น แล้วแก้นิสัยนั้น

ในส่วนของค่าใช้จ่ายเมนส์ จะแบ่งได้เป็น 2 จำพวก เป็นรายจ่ายคงที่หมายถึงรายจ่ายที่จ่ายบ่อยๆทุกเดือนรวมทั้งสามารถคำนวณหรือราวๆรายการจ่ายล่วงหน้าได้ อาทิเช่น ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง ค่าผ่อนรถยนต์ ฯลฯค่าใช้จ่ายผันแปร

คือ รายจ่ายที่ไม่แน่นอน ไม่อาจจะคำนวณได้ เช่น ค่างานเลี้ยง ค่ารักษา รวมไปถึงการใช้เงินไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือย ซึ่งตรงนี้บางทีอาจเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อความสบายในแต่ละเดือน พวกเราสามารถปรับให้เป็นค่าใช้จ่ายคงเดิมเพื่อจำกัดการใช้ชำระเงิน

เพื่อซื้อความสบายให้ตนเองได้เมื่อพวกเราสำรวจการใช้เงินของตัวเอง และจำแนกประเภทออกมาเป็นรายการต่างๆแล้ว เราก็จะสามารถบริหารจัดแจงการใช้รายได้ดียิ่งขึ้น ตัดรายจ่ายที่ไม่มีความสำคัญออก และก็การกำหนดเป้าหมายจะทำให้เราไม่ทราบสึกหมดกำลังใจระหว่างการออมเงิน

2. ลดจำนวนเงินเดือนอัตโนมัติฝากบัญชีเพื่อการออมวิธีการแบบนี้บางครั้งอาจจะเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ยับยั้งใจตัวเองยาก เพราะราวกับการหักดิบไปในตัว รวมทั้งยังเป็นแนวทางที่ง่ายรวมทั้งสะดวกมากมายสำหรับมนุษย์เงินเดือนในช่วงปัจจุบัน โดยการตั้งระบบตัดเงินอัตโนมัติเมื่อมีเงินเดือนเข้า ให้โอนไปยังบัญชีเพื่อการออมของพวกเรา

ซึ่งชี้แนะให้เป็นบัญชีแบบฝากประจำ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดเงินฝากแบงค์)สำหรับคนที่ต้องการคิดบัญชีแสนข้างใน 1 ปี เงินขั้นต่ำควรจะอยู่ที่ราวๆ8,300 บาทต่อเดือน ด้วยเหตุว่าเมื่อร่วมกับดอกของบัญชีฝากประจำแล้ว เราก็จะได้เงินครบแสนเมื่อถึงสิ้นปีแน่ๆ แม้กระนั้นสำหรับคนใดที่มีแผนออมเงินระยะยาวกว่านั้น ก็บางทีอาจเลือกระบุอย่างน้อยที่น้อยกว่านั้น ที่ชี้แนะเป็นราวๆ 30% ของรายได้คำนวณรายการจ่ายเพื่อการออมเงิน

3. วางแผนค่าอาหารการกินค่าอาหารเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายคงที่ในแต่ละเดือน และก็มักจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตประจำวัน ถ้าเกิดลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ก็จะทำให้ออมเงินได้มากขึ้น โดยมีอยู่สองแนวทาง คือปรุงอาหารเอง เนื่องจากว่าวัตถุดิบแต่ละอย่าง สามารถนำมาแบ่งทำอาหารได้หลายมื้อ

ทำให้มีรายจ่ายถูกกว่าการซื้ออาหารตามร้านรวงหรือตามห้าง แถมยังสามารถเลือกรายการอาหารได้เอง ทราบว่าแต่งรสด้วยอะไรไปบ้าง ล้างวัตถุดิบได้สะอาดแค่ไหน ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงกว่าซื้อแม้กระนั้นอาหารตามร้านรวงแชร์อาหารกับเพื่อนผู้ร่วมการทำงาน หากสามารถสั่งอาหารมาแชร์กันได้ ก็จะได้กินอาหารที่หลากหลาย เปลี่ยนบรรยากาศ รวมทั้งประหยัดเงินอีกด้วย

4. หาอาชีพเสริมถ้าเกิดมีภาระด้านการเงินมากมายจนถึงไม่สามารถออมได้ตามจุดหมาย อีกช่องทางหนึ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนคือการหารายได้เสริม โดยควรเป็นงานที่ใช้เวลาไม่มาก สามารถทำเป็นเวลาว่างได้ เป็นต้นว่า ขายของออนไลน์ ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับปัจจุบัน หรือถ้าหากมีความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็สามารถเขียนบล็อก

ทำแชแนลยูทูปเพื่อเผยแพร่ความรู้ของตัวเอง ยิ่งถ้ามีสกิลการเล่าเรื่องที่รื้นเริง สามารถเอนเตอร์เทนผู้อ่านแล้วก็ผู้ชมได้ บล็อกหรือยูทูปก็จะมียอดคนดูและคนติดตามมากมาย สร้างโอกาสที่จะมีสปอนเซอร์มาเกื้อหนุน ทำให้ได้เงินเพิ่มไม่ยาก (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหาเงินเสริม)

5. ลงทุนในกองทุนรวมนอกจากวางแผนการออมและก็ทำอาชีพเสริมเพื่อหาเงินเพิ่มแล้ว การมอบเงินดำเนินการก็เป็นอีกวิธีที่ดีสำหรับการคิดบัญชี โดยนำเงินไปลงทุน อาทิเช่น ซื้อกองทุนรวม โดยก่อนซื้อควรศึกษาเรียนรู้หาข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางของกองทุนจนมั่นใจว่าเหมาะกับพวกเรา

โดยกองทุนที่เสี่ยงมากมาย ก็ยิ่งผลตอบแทนมาก และก็กองทุนบางประเภทเช่น RMF หรือ SSF ยังสามารถนำเงินไปผ่อนผันภาษีได้อีกด้วย (อ่านเพิ่มเติมอีกเกี่ยวกับกองทุนรวม)

6. เทคนิคออมเงิน 52 อาทิตย์ถ้าเกิดอยากท้าตัวเองแบบสนุกสนานๆและไม่ยุ่งยากกับการเขียนบัญชีรายรับรายการจ่าย วิธีนี้เป็นไอเดียจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยต้องเริ่มเก็บเงินในสัปดาห์แรก 100 บาท อาทิตย์ถัดไปก็เพิ่มไปเรื่อยๆทีละ 100 บาท เป็นสัปดาห์ที่ 2 ออม 200 บาท อาทิตย์ที่ 3 ออม 300 บาท

ถ้าเกิดสามารถเก็บเงินตามแนวทางนี้ได้ทั้งผอง 52 อาทิตย์ ก็จะมีเงินเก็บ 137,800 บาทเลยทีเดียว กล่าวได้ว่าสามารถเก็บเงินแสนได้ใน 1 ปีเลย!กรรมวิธีออมเงินสำหรับมนูษยเงินเดือนทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมา เป็นแถวทางที่ถ้าทำตามอย่างครบถ้วน จะมีผลให้เก็บเงินแสนได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ควรปรับให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของตนเอง เพื่อไม่ให้การออมเงินสร้างความลำบากให้กับเราจนเกินไป

ย้อนอดีตกฎหมายเช่า

เอื้อผู้ให้เช่ามากจนเกินความจำเป็นผมขอย้อนอดีตกันสักนิดครับผม แต่เดิมการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่ารายย่อย หรือรายใหญ่ประเภทที่เป็นการประกอบธุรกิจ เป็นต้นว่า อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 4 มาตรา 537 ถึงมาตรา 571 โดยมีพื้นฐานอยู่บนความเข้าใจที่ว่า

“คู่สัญญาต่างมีอิสระ รวมทั้งมีฐานะเสมอภาคสำหรับการเข้าทำข้อตกลง” แต่เพราะข้อบังคับฉบับนี้ประกาศใช้มานานแล้ว ไม่ทันต่อสภาพสังคมและก็เศรษฐกิจในตอนนี้ ทำให้ผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ มีความได้เปรียบลูกค้าหรือผู้เช่าในหลายด้านบรรดาผู้กุมอำนาจออกกฎหมายจึงเห็นว่าธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจำเป็นที่จะต้องมีกฎข้อบังคับพิเศษเข้าควบคุม

เพื่อลดความเป็นต่อของผู้ประกอบการ รวมทั้งสร้างความยุติธรรมแก่ผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ออก “ประกาศคณะกรรมการกล่าวถึงสัญญา เรื่อง ขายฝาก บ้าน ให้ธุรกิจการให้เช่าตึกเพื่ออาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมคำสัญญา พุทธศักราช 2561” หรือเรียกกล้วยๆว่าเป็นสัญญาเช่าบ้าน ข้อบังคับใหม่ที่พวกเราจะมาทำความเข้าใจกันครับหลักใหญ่สาระสำคัญของสัญญาเช่าบ้าน

ข้อบังคับใหม่ประกาศฉบับนี้คือ สร้างความเที่ยงธรรมแก่ลูกค้า โดยจะใช้บังคับกับเฉพาะผู้ประกอบการ ซึ่งหมายความถึงผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย โดยมีสถานที่ที่แบ่งให้เช่าตั้งแต่ 5 หน่วยขึ้นไป รวมทั้งห้องเช่า บ้าน คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์

ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือหลายตึกรวมกัน แต่ไม่รวมถึงห้องเช่าและก็เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ข้อบังคับเช่าฉบับใหม่ ป้องกันผู้เช่าควรรู้ กันถูกเอาเปรียบสรุปข้อความสำคัญที่ผู้เช่าควรรู้ กันถูกเอารัดเอาเปรียบสัญญาเช่าบ้าน ข้อบังคับใหม่ฉบับใหม่นี้มีหลายส่วนที่เอื้อต่อคุณประโยชน์ของผู้เช่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมขอสรุปเนื้อหาให้ดังต่อไปนี้

1.สัญญาเช่าจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยไม่เล็กกว่า 2 มม. ตัวอักษรไม่เกิน 11 ตัวเขียนใน 1 นิ้ว

2.จะต้องระบุเนื้อหาเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้ให้เช่า ผู้เช่า ที่ตั้งรวมทั้งเนื้อหาของสินทรัพย์ที่ให้เช่า ค่าใช้จ่ายในการเช่า เงินประกัน ค่าสาธารณูปโภค โดยให้แสดงแนวทางและช่วงเวลาชำระด้วย

3.ผู้ให้เช่าจำต้องส่งใบแจ้งหนี้ล่วงหน้าให้แก่ผู้เช่าไม่น้อยกว่า 7 วัน

4.ผู้ให้เช่าจำต้องคืนเงินรับรองในทันทีเมื่อสัญญาเช่าจบ

5.ผู้เช่าสามารถเลิกข้อตกลงโดยการทำเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่จำเป็นต้องไม่ค้างค่าเช่า และมีเหตุจำเป็น

6.เหตุไม่ทำตามสัญญาที่ทำให้ผู้ให้เช่าบอกยกเลิกสัญญาได้จึงควรเจาะจงด้วยตัวหนังสือที่แจ้งชัดกว่าข้อความอื่น และก่อนเลิกคำสัญญา ผู้ให้เช่าจะต้องแจ้งผู้เช่าเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคำสัญญาล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน

7.ผู้ให้เช่าจำเป็นต้องมอบข้อตกลงให้ผู้เช่าเก็บไว้ 1 ฉบับ

8.ห้ามเว้นเสียแต่หรือนิยามรับผิดของผู้ให้เช่าเอาไว้ภายในสัญญาเช่า

9.ห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน

10.ห้ามเรียกเก็บเงินประกันเกิน 1 เดือน

11.ห้ามกำหนดให้ผู้ให้เช่ามีสิทธิเปลี่ยนค่าใช้จ่ายในการเช่า ค่าสาธารณูปโภค อื่นๆอีกมากมาย ก่อนสัญญาเช่าสิ้นสุด

12.ห้ามให้สิทธิผู้ให้เช่าเข้าตรวจดูสมบัติพัสถานที่เช่าโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

13.ห้ามผู้ให้เช่าเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคเกินกว่าอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ

14.ห้ามผู้ให้เช่าปิดกั้นไม่ให้ผู้เช่าเข้าใช้ประโยชน์ในสินทรัพย์หรือเข้าไปในสถานที่เช่าเพื่อยึดหรือย้ายเงินของผู้เช่า

15.ห้ามกำหนดให้สิทธิผู้ให้เช่าเรียกค่าต่อสัญญาเช่าจากผู้เช่ารายเดิม

16.ห้ามกำหนดให้สิทธิผู้ให้เช่าเลิกข้อตกลงโดยผู้เช่ามิได้ไม่ทำตามสัญญาหรือข้อแม้สำคัญ

17.ห้ามกำหนดให้ผู้เช่ารับสารภาพในความเสียหายในสินทรัพย์จากการใช้งานแบบปกติหรือจากเหตุสุดวิสัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *